วิธีทำปลากะพงทอดน้ำปลา เมนูปลากะพงทอดน้ำปลาสูตรร้านอาหาร

วิธีทำปลากะพงทอดน้ำปลา เมนูปลากะพงทอดน้ำปลาสูตรร้านอาหาร พร้อมส่วนผสม เทคนิคทอดปลาให้หนังกรอบ เนื้อนุ่ม น้ำปลาหอมกลมกล่อม วิธีทำน้ำยำมะม่วงรสเด็ด ทำเองได้ง่าย อร่อยเหมือนร้านดัง

วิธีทำปลากะพงทอดน้ำปลา เมนูปลากะพงทอดน้ำปลาสูตรร้านอาหาร

หลายคนเคยลองทำปลากะพงทอดน้ำปลาที่บ้านแต่กลับพบว่าหนังปลาไม่กรอบ เนื้อปลาแห้ง น้ำปลาไหม้ หรือทอดแล้วสีไม่สวยเหมือนร้านอาหาร ทำให้เมนูยอดนิยมจานนี้ดูยากกว่าที่คิด แต่ความจริงแล้วหากรู้เทคนิคการเลือกปลา การหมัก การควบคุมอุณหภูมิน้ำมัน และการทำน้ำยำให้มีรสชาติกลมกล่อม ก็สามารถทำได้ไม่ยาก บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้ วิธีทำปลากะพงทอดน้ำปลา แบบละเอียด พร้อมเคล็ดลับให้ได้ปลากะพงทอดน้ำปลาสูตรร้านอาหาร หนังกรอบ เนื้อฉ่ำ หอมกลิ่นน้ำปลา เสิร์ฟคู่กับน้ำยำมะม่วงรสจัดจ้าน เหมาะทั้งทำกินเองในครอบครัวและทำขายสร้างรายได้ อีกทั้งยังสามารถศึกษาเทคนิคการทอดอาหารเพิ่มเติมได้จาก วิธีทอดปลา เพื่อช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

ส่วนผสมวิธีทำปลากะพงทอดน้ำปลา สูตรร้านอาหาร หนังกรอบเนื้อนุ่ม

วัตถุดิบสำหรับทำปลากะพงทอดน้ำปลา

  • ปลากะพงสดทั้งตัว ขนาด 700-900 กรัม จำนวน 1 ตัว
  • น้ำปลาอย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • พริกไทยขาวป่น 1/2 ช้อนชา
  • แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ (ไม่ใส่ก็ได้ แต่ช่วยให้หนังกรอบ)
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด ปริมาณมาก

ส่วนผสมน้ำยำมะม่วง

  • มะม่วงเปรี้ยวซอย 1 ถ้วย
  • หอมแดงซอย 4 หัว
  • พริกขี้หนูซอย 8-10 เม็ด
  • ขึ้นฉ่ายซอย 2 ต้น
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์หรือถั่วลิสงคั่วตามชอบ

เคล็ดลับเลือกปลากะพงสดให้อร่อยเหมือนร้านดัง

ควรเลือกปลากะพงที่มีตาใส เหงือกสีแดงสด เนื้อแน่น เมื่อใช้นิ้วกดแล้วเด้งกลับ ไม่มีกลิ่นคาวแรง เพราะปลาสดจะช่วยให้เนื้อหวาน หนังกรอบ และทอดออกมาได้สวยโดยไม่แตกง่าย

วิธีทำปลากะพงทอดน้ำปลาให้อร่อย หนังกรอบ สีเหลืองสวย

ขั้นตอนเตรียมปลา

  1. ล้างปลากะพงให้สะอาด ขอดเกล็ดและควักไส้ออก
  2. ใช้กระดาษซับน้ำให้แห้งที่สุด
  3. กรีดเนื้อปลาทั้งสองด้านประมาณ 3-4 รอย เพื่อให้สุกทั่วถึง
  4. ผสมน้ำปลา น้ำตาล และพริกไทยเข้าด้วยกัน
  5. ทาให้ทั่วตัวปลา หมักประมาณ 15-20 นาที
  6. โรยแป้งข้าวโพดบาง ๆ ให้ทั่วผิวปลา

ขั้นตอนทอดปลากะพงทอดน้ำปลา

  1. ตั้งน้ำมันไฟกลางค่อนข้างแรงให้อุณหภูมิประมาณ 170-180 องศาเซลเซียส
  2. ค่อย ๆ วางปลาลงทอดโดยให้ด้านหนังลงก่อน
  3. ใช้กระบวยราดน้ำมันบนตัวปลาอย่างต่อเนื่อง
  4. ทอดด้านละประมาณ 6-8 นาทีจนเหลืองกรอบ
  5. เร่งไฟช่วงท้ายประมาณ 30 วินาทีเพื่อให้หนังกรอบยิ่งขึ้น
  6. ตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน

เทคนิคทอดปลากะพงทอดน้ำปลาไม่ให้อมน้ำมัน

การซับตัวปลาให้แห้งก่อนทอดถือเป็นหัวใจสำคัญ ควรใช้น้ำมันในปริมาณมากและรักษาอุณหภูมิให้คงที่ หากน้ำมันเย็นเกินไป ปลาจะอมน้ำมันและหนังไม่กรอบ ส่วนการเร่งไฟช่วงท้ายจะช่วยให้ผิวปลาสีเหลืองทองและกรอบนานขึ้น

วิธีทำน้ำยำมะม่วงสำหรับปลากะพงทอดน้ำปลา รสจัดจ้านกลมกล่อม

ขั้นตอนการทำน้ำยำ

  1. ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลปี๊บให้ละลายเข้ากัน
  2. ใส่พริกขี้หนูซอยและหอมแดงซอย
  3. เติมมะม่วงเปรี้ยวซอยลงคลุกเบา ๆ
  4. ใส่ขึ้นฉ่ายและเม็ดมะม่วงหิมพานต์
  5. ชิมรสให้ได้เปรี้ยว เค็ม หวานกำลังดี
  6. ตักเสิร์ฟคู่กับปลากะพงทอดน้ำปลาร้อน ๆ

เคล็ดลับให้น้ำยำมะม่วงอร่อยเหมือนร้านอาหาร

เลือกใช้มะม่วงเปรี้ยวที่กรอบใหม่ หั่นเส้นบาง ๆ และปรุงน้ำยำก่อนเสิร์ฟไม่นาน จะช่วยให้มะม่วงยังคงความกรอบและรสชาติสดชื่น เมื่อนำมารับประทานคู่กับปลาทอดจะช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว

เคล็ดลับทำปลากะพงทอดน้ำปลาสูตรร้านอาหารให้อร่อยทุกครั้ง

ข้อควรรู้ก่อนลงมือทำ

  • ใช้ปลากะพงสดใหม่ทุกครั้ง
  • ซับปลาให้แห้งก่อนหมัก
  • หมักน้ำปลาไม่นานเกินไป
  • ใช้น้ำมันใหม่เพื่อให้สีสวย
  • ทอดด้วยไฟกลางค่อนข้างแรง
  • พักปลาให้สะเด็ดน้ำมันก่อนจัดเสิร์ฟ
  • เสิร์ฟพร้อมน้ำยำมะม่วงและผักสด

ปลากะพงทอดน้ำปลาทำขายควรเตรียมอะไรบ้าง

หากต้องการทำปลากะพงทอดน้ำปลาขาย ควรเลือกปลาขนาดใกล้เคียงกันเพื่อควบคุมเวลาทอด เตรียมน้ำยำไว้ล่วงหน้าแต่ค่อยคลุกมะม่วงก่อนเสิร์ฟ และใช้น้ำปลาเกรดดีเพื่อให้ได้กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เมนูนี้ได้รับความนิยมทั้งในร้านอาหารไทย ร้านซีฟู้ด และร้านอาหารตามสั่งระดับพรีเมียม เพราะมีต้นทุนที่คุ้มค่าและสามารถตั้งราคาขายได้ดี

สรุปวิธีทำปลากะพงทอดน้ำปลา เมนูปลากะพงทอดน้ำปลาสูตรร้านอาหาร

วิธีทำปลากะพงทอดน้ำปลาให้อร่อยไม่ใช่เรื่องยาก หากเริ่มจากการเลือกปลาสด ซับปลาให้แห้ง หมักด้วยน้ำปลาอย่างพอดี และทอดด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม ก็จะได้ปลากะพงทอดน้ำปลาหนังกรอบ เนื้อนุ่ม หอมกลิ่นน้ำปลา เสิร์ฟคู่กับน้ำยำมะม่วงรสจัดจ้านเหมือนร้านอาหารชื่อดัง เหมาะสำหรับทำรับประทานในครอบครัว จัดเลี้ยง หรือพัฒนาเป็นเมนูสร้างรายได้ในอนาคตได้อย่างมืออาชีพ

Scroll to Top