วิธีทำปลาทับทิมทอดกระเทียม เมนูปลาทับทิมทอดกระเทียมสูตรกรอบนอกนุ่มใน
หลายคนเคยลองทำปลาทับทิมทอดกระเทียมแล้วพบว่าปลาติดกระทะ หนังไม่กรอบ เนื้อปลาแห้ง หรือกระเทียมไหม้จนเสียรสชาติ ทำให้เมนูที่ตั้งใจทำออกมาไม่เหมือนร้านอาหาร ทั้งที่จริงแล้วการทอดปลาทับทิมให้กรอบนอกนุ่มในสามารถทำได้ไม่ยาก หากเลือกวัตถุดิบที่สด ใช้เทคนิคการทอดที่เหมาะสม และเจียวกระเทียมอย่างถูกวิธี บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้ วิธีทำปลาทับทิมทอดกระเทียม ตั้งแต่การเตรียมปลา การหมัก การทอด ไปจนถึงการทำกระเทียมเจียวหอมกรอบ พร้อมเคล็ดลับที่ช่วยให้เมนูปลาทับทิมทอดกระเทียมสูตรกรอบนอกนุ่มในมีรสชาติกลมกล่อม เหมาะสำหรับทำรับประทานในครอบครัวหรือทำขายสร้างรายได้ อีกทั้งยังสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการของปลาเพิ่มเติมได้จาก คุณค่าทางโภชนาการของปลา เพื่อเลือกวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น
ส่วนผสมวิธีทำปลาทับทิมทอดกระเทียม สูตรร้านอาหาร หนังกรอบ เนื้อปลานุ่ม
วัตถุดิบที่ต้องเตรียม
- ปลาทับทิมสด 1 ตัว ขนาดประมาณ 800 กรัม – 1 กิโลกรัม
- กระเทียมไทย 20-25 กลีบ
- พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
- รากผักชี 3 ราก
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- แป้งทอดกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ (ไม่ใส่ก็ได้)
- น้ำมันพืชสำหรับทอด
- ผักชีสำหรับตกแต่ง
การเตรียมปลาทับทิมก่อนทอด
ขอดเกล็ดปลา ควักไส้ออก ล้างให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณท้องปลา จากนั้นใช้กระดาษซับน้ำให้แห้งสนิท บั้งตัวปลาให้ลึกประมาณ 3-4 จุดทั้งสองด้าน เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อและช่วยให้ปลาสุกทั่วถึง หากต้องการให้หนังปลากรอบเป็นพิเศษ สามารถโรยแป้งทอดกรอบบาง ๆ ก่อนทอดได้
วิธีหมักปลาทับทิมทอดกระเทียมให้อร่อยเข้าเนื้อ หอมเครื่องเทศ
ตำเครื่องหมักให้ละเอียด
โขลกรากผักชี กระเทียมบางส่วน และพริกไทยให้ละเอียด จากนั้นนำมาผสมกับซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำปลา และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน ก่อนนำไปทาและนวดให้ทั่วตัวปลา รวมทั้งด้านในท้องปลา หมักไว้ประมาณ 20-30 นาที เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าสู่เนื้อปลา
เคล็ดลับการหมักปลาไม่ให้คาว
- ใช้ปลาทับทิมสดใหม่
- ซับน้ำออกจากตัวปลาให้แห้งทุกครั้ง
- หมักด้วยรากผักชี กระเทียม และพริกไทย
- ไม่หมักนานเกิน 40 นาที เพราะเนื้อปลาอาจเค็มเกินไป
- พักปลาไว้ในตู้เย็นระหว่างหมักเพื่อคงความสด
วิธีทอดปลาทับทิมทอดกระเทียมให้กรอบนอกนุ่มในแบบมืออาชีพ
ขั้นตอนทอดปลา
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วมตัวปลา ใช้ไฟกลางค่อนแรง
- รอให้น้ำมันร้อนประมาณ 170-180 องศาเซลเซียส
- ค่อย ๆ วางปลาลงทอดอย่างระมัดระวัง
- ทอดด้านละประมาณ 7-10 นาที ตามขนาดของปลา
- กลับปลาเพียงครั้งเดียวเพื่อไม่ให้หนังหลุด
- เมื่อปลาเหลืองกรอบทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน
วิธีเจียวกระเทียมให้สีเหลืองทองหอมกรอบ
นำกระเทียมที่เหลือสับหยาบหรือบุบพอแตก เจียวด้วยไฟอ่อนจนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง จากนั้นรีบตักขึ้นทันที เพราะกระเทียมจะสุกต่อจากความร้อนที่เหลืออยู่ เมื่อเย็นลงจะมีความกรอบกำลังดี นำไปโรยบนปลาทอด พร้อมตักน้ำมันกระเทียมราดเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม
เคล็ดลับทอดปลาให้หนังกรอบนาน
- อย่าใส่ปลาลงในน้ำมันที่ยังไม่ร้อน
- ไม่กลับปลาหลายครั้ง
- ใช้กระทะก้นลึกเพื่อลดการกระเด็นของน้ำมัน
- พักปลาบนตะแกรงแทนการวางบนจานทันที
- โรยกระเทียมเจียวก่อนเสิร์ฟเพื่อคงความกรอบ
เสิร์ฟปลาทับทิมทอดกระเทียมให้อร่อย พร้อมน้ำจิ้มและเครื่องเคียง
น้ำจิ้มที่เข้ากันกับปลาทับทิมทอดกระเทียม
- น้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ
- น้ำปลาพริกมะนาว
- ซอสพริกสูตรเผ็ดหวาน
- ซอสสามรส
เครื่องเคียงที่ช่วยเพิ่มความอร่อย
เสิร์ฟคู่กับข้าวหอมมะลิร้อน ๆ แตงกวาสด ผักกาดหอม กะหล่ำปลีซอย มะเขือเทศ หรือผักลวกตามชอบ จะช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มความสดชื่นให้กับมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี หากต้องการจัดเสิร์ฟแบบร้านอาหาร สามารถตกแต่งด้วยผักชีและกระเทียมเจียวเพิ่มความน่ารับประทาน
เคล็ดลับทำเมนูปลาทับทิมทอดกระเทียมสูตรกรอบนอกนุ่มในให้อร่อยเหมือนร้านดัง
เทคนิคสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
- เลือกปลาทับทิมสด เนื้อแน่น ตาใส เหงือกสีแดง
- ซับปลาให้แห้งก่อนทอดทุกครั้ง
- หมักปลาให้เข้าเนื้อประมาณ 20-30 นาที
- ใช้น้ำมันใหม่เพื่อให้สีปลาสวยและไม่มีกลิ่นหืน
- ทอดด้วยไฟกลางค่อนแรงอย่างสม่ำเสมอ
- เจียวกระเทียมด้วยไฟอ่อนเพื่อให้สีสวยและไม่ขม
- เสิร์ฟทันทีหลังทอดเสร็จเพื่อคงความกรอบของหนังปลา
สรุปวิธีทำปลาทับทิมทอดกระเทียม เมนูปลาทับทิมทอดกระเทียมสูตรกรอบนอกนุ่มใน
เมนูปลาทับทิมทอดกระเทียมเป็นอาหารไทยที่ทำได้ไม่ยาก หากเลือกปลาสด เตรียมวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน หมักเครื่องปรุงให้เข้าเนื้อ และทอดด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม ก็จะได้ปลาทับทิมทอดที่หนังกรอบ เนื้อด้านในยังคงนุ่มฉ่ำ พร้อมกระเทียมเจียวหอมกรอบ เพิ่มความอร่อยทุกคำ เหมาะทั้งสำหรับมื้ออาหารในครอบครัว งานเลี้ยง หรือผู้ที่ต้องการนำไปต่อยอดเป็นเมนูสร้างรายได้ เพราะเป็นเมนูยอดนิยมที่รับประทานได้ทุกวัยและยังคงได้รับความนิยมในร้านอาหารไทยอยู่เสมอ